หลายๆ คนอาจจะเคยรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อน้องหมาสายพันธุ์ “ทิเบตัน มาสทิฟฟ์” มาบ้างแล้วว่า พวกเขาเป็นน้องหมาที่มีรูปร่าง ลักษณะที่สง่างามเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตอีกทั้งยังมีราคาแพงมาก ในประเทศไทยเราราคาเคยแพงถึงหลักหลายล้านต่อตัวเลยทีเดียว ด้วยราคาที่แพงนี้จึงทำให้นายทุนหวังสร้างกำไรจากความแปลกและหายาก แน่นอนว่ามีเพียงน้อยคนเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ครอบครอง...และใครคนนั้นต้องร่ำรวยในระดับเศรษฐีเท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมาสิ่งเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นค่านิยมที่แพร่หลายไปในหลายๆ ประเทศโดยเฉพาะในประเทศจีน พวกเขายอมรับกับค่านิยมนี้ทำให้บ้านของเหล่าเศรษฐีแทบทุกหลังจะมีน้องหมาสายพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์อย่างน้อย 1 ตัวเลี้ยงเอาไว้เพื่อประดับบารมี เมื่อมีความต้องการซื้อผู้ต้องการขายก็ย่อมเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ฟาร์มเพาะพันธุ์น้องหมาใหม่ๆ จึงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก...
.
แต่แล้วชะตาชีวิตของเหล่าน้องหมาสายพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์กลับพลิกผัน เมื่อค่านิยมเปลี่ยนไปพวกเขาไม่ได้เป็นที่ต้องการอีกแล้ว... ชาวจีนหลายๆ คนเลือกที่จะพาน้องหมาทิเบตันของพวกเขามาปล่อยทิ้งไว้ข้างถนนเพราะไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลจำนวนมากที่ตามมา ประกอบกับน้องหมามักจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างผิดปกติอันเกิดจากความไม่เข้าใจในการเลี้ยงดูของตัวผู้เลี้ยงเอง... ความรับผิดชอบและปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาไม่ต้องการครอบครองน้องหมาทิเบตันอีกต่อไป และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ฟาร์มเพาะพันธุ์จำนวนมากขายลูกหมาทิเบตันได้ยากขึ้นจึงจำเป็นต้องดูแลพวกเขาต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งภาระที่เกิดขึ้นนั้นหนักอึ้งเกินรับมไหว สุดท้ายฟาร์มเพาะพันธุ์จึงต้องตัดใจแก้ปัญหาโดยวิธีทยอยพาน้องหมาในฟาร์มออกมาปล่อยตามข้างถนนให้กลายเป็นน้องหมาจรจัดเช่นกัน ...
.
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ทางสำนักข่าวซินหัวของประเทศจีนได้เผยชะตากรรมอันน่าเศร้าของน้องหมาสายพันธุ์ “ทิเบตัน มาสทิฟฟ์” (Tibetan mastiffs) หรือ “จ้างอ๋าว” น้องหมาสายพันธุ์เก่าแก่ที่มีต้นกำเนิดในทิเบต ที่ถูกเล่าขานกันต่อๆ มาว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ที่นำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาสู่ดินแดนหลังคาโลก

.
โดยในอดีตน้องหมาทิเบตันเคยเป็นสหายผู้ซื่อสัตย์ ผู้พิทักษ์บ้านและเฝ้าสัตว์ที่แสนดีสำหรับครอบครัวชาวทิเบต แต่ทว่าหลายปีที่ผ่านมาน้องหมาขนปุยเหล่านี้กลับกลายเป็นสัตว์ที่ถูกทิ้งขว้างไม่มีใครต้องการ เนื่องจากพวกเขาเริ่มที่จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างผิดปกติ

.
ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ความนิยมและความคลั่งไคล้น้องหมาสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ได้เริ่มขยายวงกว้างไปทั่วแดนมังกร ในอดีตมีเพียงพระภิกษุและนายทาสเท่านั้นที่มีเงินมากพอสำหรับจ่ายค่าฝึกสอนน้องหมาสายพันธุ์นี้ซึ่งมีราคาสูงลิ่ว ผู้คนจึงรู้จักน้องหมาทิเบตันในฐานะสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมั่งคั่งและสถานะภาพทางสังคมของผู้เป็นเจ้าของ

.
ในช่วงปี 2014 ราคาขายของทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ตัวหนึ่งในประเทศจีน ถูกปั่นจนพุ่งสูงสุดถึง 1.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 60 ล้านบาท) เลยทีเดียว

.
แน่นอนว่า ผู้เพาะพันธุ์น้องหมาในมณฑลชิงไห่และเขตปกครองตนเองทิเบตมองเห็นและรีบคว้าโอกาสนี้ ด้วยความฝันที่จะสร้างธุรกิจจนร่ำรวยได้ในชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นไม่นาน จำนวนทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนมาถึงจุดที่ความต้องการในตลาดอิ่มตัว ความต้องการซื้อลดลงไม่สมดุลกับความต้องการขาย ทิเบตัน มาสทิฟฟ์หลายตัวกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเพราะไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป

.
ความจริง...น้องหมาสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ เริ่มมีความนิยมน้อยลงอย่างมากไม่เป็นที่โปรดปรานของชาวจีนอีกต่อไปนับตั้งแต่ปี 2013 แล้ว กระทั่งในปี 2015 ศูนย์เพาะพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์จำนวน 2,000 แห่งจากทั้งหมด 3,000 แห่งในทิเบตก็ได้ทยอยปิดตัวลง เนื่องจากราคาขายของเจ้าสัตว์สี่เท้าขนปุยเหล่านี้ตกฮวบลงจากสูงสุดเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียงแค่ตัวละไม่ถึง 1,500 ดอลลาร์ (46,000) เท่านั้น

.
ในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกหมาทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ที่ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ก็ถูกบรรดาเจ้าของทอดทิ้ง เพราะมีข้อกังขาในเรื่องคุณภาพของสายพันธุ์ อีกทั้งผู้ที่ทำอาชีพเลี้ยงสัตว์หลายรายก็เพิกเฉยต่อน้องหมาของตน พวกเขาขายสัตว์ในฟาร์มทิ้งและย้ายไปยังเมืองต่างๆ เพื่อทำธุรกิจถังเช่าที่กำลังมาแรง ประกอบกับบรรดาทิเบตัน มาสทิฟฟ์ที่ไม่ผ่านการทำหมันก็ให้กำเนิดลูกกันมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนน้องหมาจรจัดในภูมิภาคทะยานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

.
น้องหมาทิเบตันสถานะจรจัดเหล่านี้มีชีวิตเปลี่ยนไปต้องเดินเตร็ดเตร่ไปตามหมู่บ้านเหมือนกับน้องหมาสายพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่ได้รับความสนใจ...
.
เมื่อน้องหมาร่างยักษ์ไม่ได้รับการดูแล ถูกปล่อยให้อดอยาก ต้องรับมือกับสารพัดปัญหาเพื่ออยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทำให้มีภาวะเครียดสะสมตามมา พวกเขาจึงมักเข้าโจมตีผู้คนอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้นแล้วยังเข้าคุกคามชีวิตสัตว์ป่าอีกด้วย และแกะสีน้ำเงินป่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อ่อนแอที่เหล่าน้องหมาทิเบตันสถานะจรจัดชอบเข้าโจมตีมากที่สุด ในขณะเดียวกันฝูงวัวควายที่พวกเขาเคยมีหน้าที่ปกป้องก็กลับกลายมาเป็นเหยื่อแทน ไม่เพียงเท่านั้นชาวบ้านยังเคยถ่ายคลิปวิดีโอฝูงน้องหมาจรจัดทิเบตันรุมโจมตีเสือดาวหิมะ หมีและหมาป่าเอาไว้ได้อีกด้วย
.
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ทิเบตัน มาสทิฟฟ์สถานะจรจัดเหล่านี้จึงถูกจับเข้าไปดูแลภายในศูนย์พักพิงสัตว์หลายแห่งที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นและวัด ศูนย์พักพิงสัตว์ในเมืองนางเช็นหรือหนานเฉียน ของมณฑลชิงไห่ รับเลี้ยงน้องหมาจรจัดอย่างน้อย 600 ตัว แต่ละวันศูนย์ฯ จำเป็นต้องจัดหาแป้งเพื่อทำอาหารมากกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (93,000 บาท)

.
จากการวิจัยของศูนย์วิจัยและอนุรักษ์ Gangri Neichog พบว่าน้องหมาราว 14,000 ตัวจาก 50,000 ตัวในแคว้นปกครองตนเองกั่วลั่ว ในมณฑลชิงไห่ ล้วนเป็นน้องหมาเร่ร่อน นอกจากนี้แค่ในเมืองนางเช็นเพียงเมืองเดียวก็มีน้องหมาจรจัดมากถึง 8,201 ตัวแล้ว ซึ่งศูนย์พักพิงสัตว์ที่มีอยู่ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถรองรับสมาชิกใหม่เพิ่มได้อีก
.
เมื่อปี 2017 ทางศูนย์ได้เสนอให้มีการทำหมันเพื่อควบคุมปริมาณน้องหมาจรจัด โดยแผนงานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนและเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ขณะเดียวกันวัดต่างๆ ที่ได้ช่วยอุปถัมภ์ก็ยังขอร้องให้ผู้คนในท้องถิ่นช่วยกันรับเลี้ยงน้องหมาเร่ร่อนมากขึ้นด้วย
.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัตว์เลี้ยงแสนล้ำค่า กลับต้องมาระเหเร่ร่อนเป็นน้องหมาจรที่ไม่มีใครต้องการในวันนี้... อันเนื่องมาจากสาเหตุความโลภของมนุษย์ที่หวังสร้างผลกำไร... ต้องการการยอมรับจากสังคมจึงเลือกที่จะมองหาเปลือกนอกมาเสริมบารมีผู้คนได้แซ่ซ้องความมั่งคั่งของเงินในกระเป๋าเป็นแฟชั่นราคาแพงที่ขาดความตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์หนึ่งๆ เมื่อแฟชั่นสิ้นอายุมนุษย์กลุ่มนี้ทำเพียงแค่ปล่อยทิ้ง... แล้วหันหน้าหนีปัญหาก่อนจะมุ่งหน้ามองหาแฟชั่นนิยมใหม่ๆ ที่จะสร้างความพึ่งพอใจตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้อีกครั้ง แต่ทว่าน่าเศร้าที่สิ่งมีชีวิตตัวโตทิเบตันยังคงมีลมหายใจและต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจนกว่าจะสิ้นอายุขัยต่อไป... ถ้าโชคดีก็ได้มีโอกาสมีบ้านอยู่กับคนที่พร้อมรักได้อีกครั้ง แต่ถ้าโชคร้ายทั้งชีวิตของพวกเขาคงจะไม่ได้รับอิสระ อดอยากและเจ็บป่วยไร้การดูแลกระทั่งสิ้นลมไปอย่างโดดเดี่ยว...
.

.
.
.
.
ช่วยกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ Dog’s Clip ด้วยนะครับ
หากมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าเพื่อนสัตว์
อย่าลืมส่งมาแบ่งปันด็อกคลิปนะครับ เรื่องราวของคุณอาจสร้างแรงบันดาลใจ
หรือช่วยให้เหล่าเพื่อนสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
กดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มด็อกคลิป , กดเพื่อส่งเรื่องราวของคุณ หรือติดแฮชแท็ก #dogsclip
..................................................................
บทความโดย dogsclip.com
“บทความถูกรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยสำนวนของด็อกคลิป บทความมีลิขสิทธิ์ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก และ หรือ ดัดแปลงนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อสร้างรายได้ก่อนได้รับอนุญาต”
.
.